วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

คำอาราธนาศีล๕,๘ แผ่เมตตาให้ตนเอง,กรวดน้ำ, อาราธนาพระปริต

    มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
    ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
    ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ

(ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอศีล ๕ ข้อพร้อมทั้งพระรัตนตรัยเพื่อประโยชน์แก่การจะรักษาต่างๆกัน) ต่อไปให้ว่าตามพระ

    พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

    ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

    ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
พระว่า ติสะระณะ คะมะณัง  นิฏฐิตัง
โยมว่า อามะ  ภันเต แล้วว่าตามพระไปทุกๆบท

    ปาณาติปาตา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
    อทินนาทานา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
    กาเมสุมิจฉาจารา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
    มุสาวาทา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
    สุรา เมระยะ มัชชะ ปะมาทัฏฐานา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

    พระว่า  อิมานิ ปัญจะ สิกขาปทานิ สมาธิยามิ (ปกติเราจะเป็นคนกล่าวแต่ในที่นี้พระท่านกล่าวเอง)       ต่อไปให้ว่าฟังอย่างเดียว
    ลีเลนะ สุคติง ยันติ (ศีล นั้นจักเป็นเหตุให้ถึงความสุข)
    ลีเลนะ โภคะสัมปะทา (ศีล นั้นจักเป็นเหตุให้ได้มาซึ่ง โภคทรัพย์)
    สีเลนะ นิพพุติง ยันติ (และศีลนั้นยัง จะเป็นเหตุให้ได้ไปถึง นิพพาน คือความดับเย็นจากกิเลส เครื่องเศร้าหมอง ทั้งปวง)
    ตัสสมา สีลัง วิโสธะเย (ศีล จึงเป็นสิ่งที่วิเศษนักที่เธอทั้งหลายพึงยึดถือเป็นหลัก ประจำชีวิต ประจำจิตใจ ปฏิบัติ ให้ได้ ดังนี้ แล)
ก่อนที่จะอาราธนาศีล ๘ กล่าวดังนี้

คำบูชาพระ

อิมินา สักกาเรนะ ตัง พุทธัง อะภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ

คำนมัสการพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมา สัมพุทโธภะคะวา พุทธังภะคะวันตัง อภิวาเทมิ(กราบ)
พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์ดับเพลิงกิเลส
เพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
ข้าพเจ้าขออภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน (กราบ)

สะวาขาโต ภะคะวะตาธัมโม ธัมมังนะมัสสามิ(กราบ)
พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า,
ตรัสไว้ดีแล้ว , ข้าพเจ้าขอนมัสการ พระธรรม (กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ(กราบ)
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า,
ปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสงฆ์ (กราบ)

คำอาราธนาศีล ๘

มะยัง ภันเต ติสะระเณนะสะหะ อัฏฐะ สีลานิยาจามะ
(ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอศีล ๘ พร้อมกับสรณะ ๓)

ทุติยัมปิ มะยังภันเต ติสะระเณนะสะหะ อัฏฐะ สีลานิยาจามะ
(ท่านผู้เจริญ แม้นในวาระที่ ๒ ข้าพเจ้าทั้งหลาย
ขอศีล ๘ พร้อมกับสรณะ ๓)

ตะติยัมปิ มะยังภันเต ติสะระเณนะสะหะ อัฏฐะ สีลานิยาจามะ
(ท่านผู้เจริญ แม้นในวาระที่ ๓ ข้าพเจ้าทั้งหลาย
ขอศีล ๘ พร้อมกับสรณะ ๓)

(ถ้าคนเดียวเปลี่ยนจากคำว่า "มะยัง" เป็น "อะหัง"และ "ยาจามะ" เป็น "ยาจามิ")


คำนมัสการพระพุทธเจ้า

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (นะโม 3)
(ขอนอบน้อมต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ผู้ไกลจากกิเลสควรแก่การกราบไหว้บูชา
เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง ฯ (3 จบ)

ไตรสรณคมณ์

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอยึดเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอยึดเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอยึดเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก

(พระภิกษุว่า ติสรณคมนัง นิฏฐิตัง ผู้ปฏิญาณว่า “อามะ ภันเต”
(แปลว่า ขอรับ เจ้าข้า) พระภิกษุว่าต่อไป ผู้ปฏิญาณว่าตาม)

การรักษาศีล ๘ หรืออุโบสถศีล อันประกอบไปด้วยองค์แปดประการ คือ


ปานาติปาตา เวรมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

ข้าพเจ้า จะเว้นจากการฆ่าสัตว์ คือไม่ทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป
เป็นการลดการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน

อทินนาทานา เวรมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

ข้าพเจ้า จะเว้นจากการลักทรัพย์ คือไม่ถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ได้ให้
เป็นการลดการเบียดเบียน ทรัพย์สินของผู้อื่น

อพรหมจริยา เวรมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

ข้าพเจ้า จะเว้นจากการประพฤติอันเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์
คือ ไม่เสพเมถุนล่วงมรรคใดมรรคหนึ่ง (ถ้าไม่แตะต้องกายเพศตรงข้าม และไม่จับของต่อมือกันจะช่วยให้การฝึกสติสัมปชัญญะดียิ่งขึ้น)

มุสาวาทา เวรมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้า จะเว้นจากการพูดปด คือ พูดไม่ตรงกับความจริง

สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวรมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

ข้าพเจ้า จะเว้นจากการดื่มสุราเมรัยของมึนเมาเสียสติอันเป็นเหตุของความประมาทมัวเมา

วิกาลโภชนา เวรมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

ข้าพเจ้า จะเว้นจากการดื่มกินอาหารในเวลาหลังเที่ยงไปแล้วจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น เป็นการลดราคะกำหนัด
และลดความง่วงเหงาหาวนอน

นัจจะคีตะวา ทิตตะวิสูกะทัสสะนะ มาลาคันธวิเลปานะธารณะ มัณฑะนะ วิภูสะนัฏฐานา เวรมณี
สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

ข้าพเจ้าตั้งใจงดเว้นจากการดูละครฟ้อนรำ จากการขับร้องจากการประโคมดนตรี จากการดูการเล่นชนิดที่เป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์และงดเว้นจากการทัดทรงดอกไม้ลูบไล้ของหอมเครื่องย้อมเครื่องทา เครื่องประดับตกแต่งต่างๆอันปลุกเร้าราคะ กำหนัดให้กำเริบ

อุจจา สะยะนะ มะหาสะยะนา เวรมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

ข้าพเจ้า จะเว้นจากการนั่งนอนเครื่องปูลาด อันสูงใหญ่ภายในยัดด้วยนุ่นหรือสำลี และวิจิตรงดงามต่างๆ
เป็นการลดการสัมผัสอันอ่อนนุ่มน่าหลงไหลอดความติดอกติดใจสิ่งสวยงาม มีกิริยาอันสำรวมระวังอยู่เสมอ

ว่าต่อด้วย

อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ
ทั้งหมดนี้คือหัวข้อที่จะต้องศึกษาและปฏิบัติ ๘ ประการ

สีเลนะ สุคะติง ยันติ
ศีลเป็นปัจจัยให้มีความสุข

สีเลนะ โภคะสัมปะทา
ศีลเป็นปัจจัยให้มีโภคสมบัติ

สีเลนะ นิพพุติง ยันติ
ศีลเป็นปัจจัยให้เข้าถึงพระนิพพาน

ตัสมา สีลัง วิโสธะเย ฯ
เพราะฉะนั้น จงทำจิตให้สะอาดหมดจดด้วยศีลตลอดกาลทุกเมื่อเถิดฯ

***ผู้รักษาศีล ๘ นั้น สามารถรับประทานบางอย่างหลังเวลาเที่ยงได้ดังนี้

น้ำปานะ คือ น้ำที่ทำจากผลไม้ ขนาดเล็กเท่าเล็บเหยี่ยว ขนาดใหญ่ไม่เกินส้มโอตำ หรือ คั้นผสมน้ำกรองด้วยผ้าขาวบางให้ดี ๘ ครั้ง ผสมเกลือและน้ำตาล พอได้รส หรือ รับประทาน

เภสัช ๕ อย่าง คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย(น้ำตาล)สิ่งที่เป็นยาวชีวิก ได้โดยไม่จำกัดกาล คือ รับประทานเป็นยาได้แก่ รากไม้ เช่น ขมิ้น ขิง ข่า ตะใคร้ ว่านน้ำ แฝก แห้วหมูน้ำฝาด เช่น น้ำฝาดสะเดา ใบมูกมัน ใบกระดอมใบกะเพราหรือแมงลัก ใบฝ้าย ใบชะพลู ใบบัวบก ใบส้มลม

ผลไม้ เช่น ลูกพิลังกาสา ดีปลี พริก สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม ผลแห่งโกฐ รวมยางไม้จากต้นหิงค์และเกลือต่างๆ

คำแผ่เมตตา้ให้ตนเอง


คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุข

อะหัง นิททุกโข โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากทุกข์

อะหัง อเวโร โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากเวร

อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากความลำบาก

อะหัง อะนีโฆ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากอุปสรรค

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ
จงรักษาตนให้มีความสุขตลอดกาลนานเทอญ


คำแผ่เมตตาให้แก่ผู้อื่น

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุข เป็นสุขเถิดอย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจรักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยสิ้นเถิด


บทกรวดน้ำ (อุทิศส่วนกุศล)

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า
ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง เม ญาตินัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า
ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แด่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า
ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลาย
ขอให้เทวดาทั้งหลายจงมีความสุข

อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เปรตทั้งหลาย
ขอให้เปรตทั้งหลาย จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย
ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงมีความสุข

อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพสัตตา
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข


บทกรวดน้ำ

ขอเดชะตั้งจิตอุทิศผล บุญกุศลแผ่ไปให้ไพศาล   ถึงบิดามารดาครูอาจารย์ ทั้งลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน
คนเคยรักเคยชังแต่ครั้งไหน                            ขอให้ได้บุญกุศลผลของฉัน
ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัญ                          ขอให้ท่านได้กุศลและผลบุญ
อีกปู่ย่าตายายทั้งหลายนั้น                              ขอให้ท่านได้กุศลผลอุดหนุน
ทหารตำรวจตรวจแดนไทยจงได้บุญ                  ช่วยป้องกันศัตรูภัยได้บุญนี้
สำหรับท่านหมั่นปฏิบัติวิปัสสนา                       ขอให้พาได้พบสุขทุกวิถี
ประสบพบนิพพานของญาณมุนี                        ในชาตินี้มีมรรคผลทุกคนเทอญ

บุญกุศลที่ได้ทำในครั้งนี้ จงสำเร็จเป็นปัจจัยไร้ราคี           ให้ฉันนี้พ้นกิเลสเขตกันดาร
หากมิสำเร็จพระอรหันต์                                             ตัวของฉันอย่าได้พบความขัดสน
พร้อมทวยเทพและสวรรค์จนบันดล                               ให้เลิศล้นทรัพย์ยศปรากฏมี
ความไม่มีอย่าบังเกิดกับตัวฉัน                                     ทุกสิ่งสรรค์พร้อมมูลบุญราศี
คนใจบาปหยาบช้าไร้ปรานี                                         จงหลีกหนีให้พ้นคนใจมาร
ยามสิ้นบุญข้าน้อยถ้าคล้อยคลาด                                หากประมาทขาดสติมิประสาน
ขอเทวาอารักษ์ชักบันดาล                                         โปรดประทานสติมั่นแก่ฉันเทอญ.


บทกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร

เมื่อเสร็จพิธีทำบุญและพระสงฆ์กล่าวรับแล้ว
ให้กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรของเราโดยว่าดังนี้

ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศลจากการเจริญภาวนานี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของข้าพเจ้า
ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินท่านไว้ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติท่านจะอยู่ภพใดหรือภูมิใดก็ตาม ขอให้ท่านได้รับผลบุญนี้แล้วโปรดอโหสิกรรม และอนุโมทนายบุญแก่ข้าพเจ้าด้วยอำนาจบุญนี้ด้วยเทอญ

คำอาราธนาพระปริตร
   
วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติ สิทธิยา สัพพะทุกขะ                  วินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง

วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติ สิทธิยา สัพพะภะยะ                   วินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง

วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติ สิทธิยา สัพพะโรคะ                    วินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง
   

ขอพระสงฆ์ทั้งหลาย จงสวด

พระปริตรอันเป็นมงคล

เพื่อป้องกันความวิบัติทั้งปวง

เพื่อยังสมบัติทั้งปวงให้สำเร็จ เพื่อให้ทุกข์ภัย

โรคทั้งปวงพินาศไป